BAY คาดโควิด-19 รอบใหม่ กระทบจีดีพี 0.8% ฉุดเศรษฐกิจปีนี้วูบเหลือ 2.5%

ล่าสุด วิจัยกรุงศรีปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2564 เป็นเติบโต 2.5% จาก 3.5%

     แบบจำลองของวิจัยกรุงศรีชี้ให้เห็นว่าการระบาดระลอกใหม่ของโรค COVID-19 จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่อาจแตะระดับสูงสุดในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์และมีแนวโน้มปรับลดลงในช่วงครึ่งหลังของเดือน

    สถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมปีก่อน จากระดับ 5,000 คน เป็นมากกว่า 10,000 คนในช่วงต้นเดือนมกราคม นับเป็นการแพร่ระบาดที่รุนแรงกว่ารอบแรกในช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2563 จากสถานการณ์และความรุนแรงของการระบาดในปัจจุบัน

    แบบจำลองของวิจัยกรุงศรีที่ประเมินจากค่ากลาง (Median) ชี้ให้เห็นว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศอาจแตะระดับสูงสุดในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์และมีแนวโน้มเริ่มลดลงในช่วงครึ่งหลังของเดือน เป็นผลให้การล็อกดาวน์เป็นบางส่วนในบางจังหวัดน่าจะดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์

     ภายใต้การล็อกดาวน์บางส่วนเป็นเวลา 2 เดือน คาดว่าอัตราการเติบโตของ GDP ปี 2564 จะลดลง 0.8% เหลือ 2.5%

 ประมาณการ GDP ไทยในปีนี้ วิจัยกรุงศรีปรับลดลงจากเดิม0.8% แม้ว่าผลกระทบจากการระบาดของโรค COVID-19 คาดว่าจะทำให้การเติบโตของ GDP หายไป 2.0% แต่มาตรการจากภาครัฐอาจช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจราว 1.2%

   ภายใต้สมมติฐาน ดังนี้: (i) จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเป็นไปตามคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่มีการดำเนินมาตรการล็อคดาวน์บางส่วนเป็นเวลาสองเดือนซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

     (ii) มาตรการภาครัฐคาดว่าจะมีการใช้วงเงินราว 2 แสนล้านบาท เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากการระบาดใหญ่ในไตรมาสแรกของปีนี้ และเพื่อฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภายหลัง และ (iii) แผนการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 เป็นไปตามเป้าหมายที่ทางการระบุว่าจะเริ่มในเดือนกุมภาพันธ์และจะครอบคลุมคนไทยได้ครึ่งหนึ่งภายในสิ้นปีนี้

    ดังนั้น คาด GDP ในไตรมาสแรกของปีนี้ อาจหดตัว -4.0% YoY ภาวะชะงักงันของภาคการผลิตและการลดลงของอุปสงค์ในรอบนี้คาดว่าจะรุนแรงน้อยกว่าการระบาดในรอบแรก

    การระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยชะลอลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นผลให้ GDP ในไตรมาสแรกของปี คาดว่าจะหดตัว -4.0% YoY ลดลงจากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ -2.2%

    อย่างไรก็ตาม วิจัยกรุงศรีมองผลกระทบของการระบาดในรอบนี้จะรุนแรงน้อยกว่าในรอบแรก (GDP ไตรมาส 2/2563  -12.1% YoY)  เนื่องจาก

    (i) คาดว่ารัฐบาลจะล็อคดาวน์เพียงบางส่วน ในบางจังหวัด และไม่มีเคอร์ฟิวในรอบนี้ ซึ่งต่างจากการล็อคดาวน์ทั่วประเทศพร้อมกับมีเคอร์ฟิวส์เป็นเวลาหลายเดือนในการระบาดรอบแรก

.  ซึ่งหมายถึงผลกระทบเชิงลบที่จะจำกัดกว่าในรอบนี้ ทั้งการหยุดชะงักของภาคการผลิตในประเทศและการชะลอตัวของอุปสงค์

    (ii) ภาวะชะงักงันของภาคการผลิตทั่วโลกในขณะนี้มีความรุนแรงน้อยกว่าปีก่อน และ (iii) จากเหตุผลข้างต้นสะท้อนว่าผลกระทบต่อรายได้ (หรือผลของตัวทวีคูณ) น่าจะเป็นลบน้อยกว่าการระบาดในรอบแรก 

ประเด็นที่มีการทบทวน:

    การบริโภคภาคเอกชนปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวเหลือ 1.8%จาก 2.5% จากการใช้จ่ายของผู้บริโภคในไตรมาสแรกหดตัวลงแรงเนื่องจากการล็อคดาวน์บางส่วน มีการใช้นโยบายการทำงานจากที่บ้าน และการรักษาระยะห่างทางสังคม

    ขณะที่อัตราการว่างงานและหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจะจำกัดอัตราการเติบโตของภาคการบริโภค อย่างไรก็ดี การบริโภคภาคเอกชนทั้งปี 2564 จะยังปรับดีขึ้นจากปีที่แล้ว

   ผลจาก (i) มาตรการภาครัฐหนุนการใช้จ่ายมากขึ้น (ii) กำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลางถึงบนยังมีส่วนช่วยส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และ (iii) การฉีดวัคซีน COVID-19 และการระบาดที่ควบคุมได้จะสนับสนุนให้เกิดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะต่อไป

   การส่งออก คาดว่าจะเติบโตได้ 3.8% จากเดิมคาด 4.5% สะท้อนถึงผลเชิงลบที่ค่อนข้างจำกัด ทั้งจากการหยุดชะงักของภาคการผลิตบางส่วน และภาวะการขาดแคลนของตู้คอนเทนเนอร์ชั่วคราว

     อย่างไรก็ตาม เรายังมองว่าการส่งออกจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ เนื่องจาก (i) อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการทำงานจากที่บ้าน และเวชภัณฑ์ในการป้องกันโรค COVID -19

   (ii) สัญญาณการฟื้นตัวตามวัฏจักรของภาคการผลิตทั่วโลก นำโดยการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศแกนหลักท่ามกลางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และ (iii) ในระยะปานกลาง การขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในอาเซียนและการพึ่งพากันภายในภูมิภาคมากขึ้น (Regionalization) นับเป็นโอกาสที่จะเอื้อการเติบโตแก่ภาคส่งออก

    การลงทุนภาคเอกชน คาดว่าขยายตัว 2.9% ลดลงจากเดิมคาด3.2% ผลกระทบจากการหดตัวของการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาสแรก รวมถึงการส่งออกชะลอลงกว่าคาดเล็กน้อย และภาคการผลิตที่อาจสะดุดลงในบางพื้นที่ในช่วง 2 เดือน อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของการลงทุนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับภาคการส่งออกและโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ

   ทด้านภาคท่องเที่ยว เราคงคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 4.0 ล้านคนในปี 2564 เทียบกับ 6.7 ล้านคนในปี 2563เนื่องจากยังมีปัญหาการระบาดของโรค COVID-19 รอบใหม่ในหลายประเทศ และมาตรการจำกัดการเดินทางทั่วโลก ทั้งนี้ เรายังคงมุมมองว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นชัดเจนในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เมื่อมีการฉีดวัคซีนกระจายเป็นวงกว้างทั่วโลก

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/

#โปรแกรมหวย

#โปรแกรมเจ้ามือหวย

#huay

#www.richmantool.com



LINE : @689dmjkd

  • 089-844-7118
  • 089-894-7118